บ้าน

6 เหตุผลที่คุณอาจจะยังไม่พร้อมจะซื้อบ้าน

6 เหตุผลที่คุณอาจจะยังไม่พร้อมจะซื้อบ้าน

การที่เราจะมีบ้านสักหลังหนึ่งนั้น ก็เป็นความฝันของใครหลายๆ คนอย่างแน่นอน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะสามารถที่จะเลือกซื้อบ้านได้ดั่งใจ เพราะเนื่องจากยังคงมีอีกหลายๆ ปัจจัยที่ทำให้เราไม่สามารถเลือกซื้อบ้านได้หรือไม่พร้อมที่จะเลือกซื้อบ้านได้

      ทั้งนี้ในการซื้อบ้านแต่ละหลังก็จะต้องพิจารณาให้รอบครอบและถี่ถ้วนด้วย เพราะการที่เราวางเงินดาวน์ไปแล้ว และอัตราผ่อนแต่ละเดือน เราก็จะต้องดูด้วยว่ามันเหมาะสมกับรายรับที่เราได้มาหรือเปล่า เพราะถ้าหากเราไม่สามารถที่จะจัดสรรได้ดีนั้นก็อาจจะทำให้เราไม่มีเงินส่งค่าบ้านแต่ละเดือนได้อย่างแน่นอน

     ฉะนั้นในวันนี้เราก็ได้มี 6 เหตุผลที่คุณยังไม่พร้อมจะซื้อบ้านมาให้เพื่อนๆ ได้พิจารณากันดูนะครับ ซึ่งทั้ง 6 ข้อต่อไปนี้ ผมขอบอกเลยนะว่าจะต้องอ่านให้ดีและรอบครอบด้วยไม่เช่นนั้นถ้าเราตัดสินใจอะไรไปแล้วก็อาจจะทำให้เราไม่สามารถที่จะเปลี่ยนแปลงได้อย่างทันเวลา

6 เหตุผลที่คุณอาจจะยังไม่พร้อมจะซื้อบ้าน

1.มีเงินสดไม่พอสำหรับในการวางเงินดาวน์ค่าบ้าน ในการที่เราจะเลือกซื้อบ้านแต่ละหลังนั้น ถ้าหากเราเลือกซื้อบ้านตามโครงการหมู่บ้านนั้นเราก็จะต้องมีเงินสดอย่างน้อยๆ 20-30 เปอร์เซ็นต์ของราคาบ้านเสียก่อน เพราะส่วนใหญ่แล้วเราก็ไม่สามารถที่จะกู้เงินมาซื้อบ้านได้ร้อยเปอร์เซ็นต์หรอกนะครับ ฉะนั้นเพื่อไม่ให้เกิดความเสี่ยงเกิดไป เงินสดที่เราจะต้องมีมากถึง 20 เปอร์เซ็นต์นับได้ว่าเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ยิ่งเรามีเยอะก็จะช่วยทำให้เราผ่อนต่อเดือนน้อยลง

2.มีหนี้สินมากจนเกินไป ก่อนที่เราจะเลือกซื้อบ้าน เราก็จะต้องสังเกตตัวเองก่อนนะครับว่าทุกวันนี้เรามีหนี้สินมากน้อยขนาดไหน ถ้าหากเราซื้อบ้านไปนั้นมันจะมีเงินพอส่งหรือเปล่า ซึ่งเราก็จะต้องเช็คดูว่าในตอนนี้เรามีหนี้สินเกิน 50 เปอร์เซ็นต์ของรายได้ที่เรารับมาทั้งหมดหรือเปล่า โดยหนี้สินส่วนใหญ่นั้นก็จะมีทั้งบัตรเครดิต ค่าผ่อนรถยนต์ ค่าเล่าเรียน ค่ากิน ค่าเดินทางต่างๆ ถ้าเรามีเยอะจนเกินไปก็อาจจะทำให้เราไม่สามารถที่จะก่อหนี้หรือผ่อนบ้านได้อย่างแน่นอน

3.มีหน้าที่การงานที่ยังไม่มั่นคง เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญเป็นอย่างมากเลย ถ้าหากเราเลือกที่จะกู้เงินมาซื้อบ้านนั้นเราก็จะต้องดูสถานที่ทำงานของเราว่ามันมีความมั่นคงมากน้อยขนาดไหน เราต้องมั่นใจในระดับหนึ่งว่างานที่เราทำอยู่นั้นมันเป็นงานที่มั่นคงและทำให้เราสามารถเติบโตไปได้อย่างแน่นอน ยิ่งถ้าเราเลือกซื้อบ้านไปแล้วก็จะต้องเลือกให้มันใกล้กับสถานที่ทำงานให้มากที่สุดเพื่อที่จะได้ประหยัดค่าใช้จ่ายต่างๆ ทำให้มีเงินพอไปสามารถผ่อนชำระต่อเดือนได้ แต่ถ้าหากเรากู้บ้านไปแล้วเกิดงานไม่มั่นคง ก็อาจจะทำให้เราไม่สามารถผ่อนต่อ ทำให้ทางธนาคารอาจจะยึดบ้านของเราไปก็ได้เช่นกัน

4.มีแนวโน้มที่คิดจะลาออกจากงานหรือมีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนงาน ถึงแม้ว่าเรารู้สึกงานที่เราทำจะมั่นคงดีแล้วนั้น ถ้าหากเรามีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนงานอยู่นั้น ก็ยังไม่ควรที่จะกู้เงินมาซื้อบ้านนะครับ เพราะถ้าหากเราซื้อไปแล้วเกิดมีการเปลี่ยนงานขึ้นมาทันที ก็อาจจะทำให้เราไม่สามารถได้รับความสะดวกในการเดินทางสักเท่าไร ทำให้เราอาจจะต้องย้ายบ้านไปในที่สุด เมื่อเราตัดสินใจที่จะซื้อบ้านแล้ว เราก็จะต้องมั่นใจด้วยว่าเราจะไม่มีวันย้ายงานไปทำที่อื่นอย่างแน่นอน

5.ชอบการเดินทางหรือท่องเที่ยวอยู่บ่อยๆ ถ้าหากเราเป็นคนที่ชอบการท่องเที่ยวนั้นไม่ว่าจะเป็นในประเทศหรือต่างประเทศนั้น เราก็จะต้องดูด้วยว่า ถ้าหากเราไม่ค่อยได้อยู่บ้านเท่าไรนักก็อาจจะทำให้เรารู้สึกไม่คุ้มค่ากับการเป็นอยู่เท่าไร เพราะเราก็จะต้องจ่ายค่าส่วนกลางทุกๆ เดือน แถมเราจะต้องมาทิ้งบ้านไว้เฉยๆ อีกด้วย ทำให้อาจจะเกิดความไม่ปลอดภัย โจรอาจจะบุกขึ้นบ้านของเราได้เช่นกัน

6.ค่าเช่าบ้านถูกกว่าเงินผ่อนค่าบ้าน ถ้าหากเราตัดสินใจที่จะเลือกผ่อนบ้านแล้วนั้น เราก็จะต้องดูด้วยถ้าหากเราเป็นคนที่เช่าบ้านอยู่แล้ว แล้วเกิดย้ายไปที่ใหม่ แต่มีอยากจะเลือกซื้อบ้าน ซึ่ง ถ้าหากเราพบว่าค่าเช่าบ้านย่านที่เราจะย้ายไปอยู่นั้นเกิดมีอัตราผ่อนต่อเดือนที่ถูกกว่า ก็ขอแนะนำให้เช่าไปก่อนจะดีกว่า แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่แต่ละครอบครัวว่าจะเลือกการเป็นอยู่อย่างไร เพราะบางคนก็อาจจะคิดว่าการซื้อน่าจะเหมาะกว่าการเช่นก็ได้เช่นกัน

        การมีบ้านเป็นของตัวเองถือเป็นสิ่งที่ดีอย่างมาก แต่สำหรับการเลือกซื้อบ้านนั้นเราก็ควรที่จะต้องเลือกและคิดให้รอบครอบด้วย เพราะการผ่อนบ้านมันใช้ระยะเวลาในการผ่อนส่งหรือชำระต่อเดือนอย่างยาวนาน บางรายก็อาจจะต้องผ่อนนานถึง 30 ปีก็มีเหมือนกัน ฉะนั้นสิ่งต่างๆที่ได้ลองนำเสนอก็อยากให้นำไปศึกษากันดู รับรองเลย ถ้าเราศึกษามาอย่างละเอียดและรอบครอบนั้นก็ย่อมจะทำให้การซื้อบ้านของเราประสบความสำเร็จได้

สรุป

ดังนั้น ถ้าหากใครสนใจที่อยากจะมีบ้านจริงๆ แต่ไม่รู้ว่าจะพร้อมที่จะผ่อนชำระแต่ละเดือนหรือเปล่าก็ลองติดต่อสอบถามกับทางธนาคารก็ได้เพราะทางธนาคารนั้นก็พร้อมที่จะให้คำปรึกษากันอย่างเต็มที่